Globla Muslim Travel Index เป็นตัวเลขที่สะท้อน ว่าประเทศ ปลายทางที่ไหนที่ เป็นที่สนใจของ นักท่องเที่ยวชาวมุสลิม
จากทั่วโลกมากที่สุด ซึ่งกำลังจะกลายเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดของโลกในอีก ไม่กี่ปี ด้วยประชากร 2 พันกว่าล้านคนGlobla Muslim Travel Index (GMTI) นี้ จัดทำโดย Master Card ตั้งแต่ปี 2015 จนมาถึงปัจจุบัน
ตลอดหลายปีได้พัฒนาตัวชี้วัดต่างๆ ตามแต่ละเทรนด์ ปัจจุบัน ได้พูดถึงเรื่องของนักท่องเที่ยมสุลิมที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น

ข้อสังเกตคือในประเทศไทยนั้น เราเริ่มต้นด้วย อันดับที่ 2 ของโลก ในปี 2015 ในกลุ่ม Non OIC หรือ ประเทศปลายทางที่ไม่ใช่มุสลิม 
ว่าเป็นประเทศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมมุสลิมจากทั่วโลกมาที่สุด ปัจจุบัน ปี 2024 เราตกอยู่อันดับ 5 และ ไต้หวัน ฮ่องกง ที่เคยอยู่
ท้ายตารางแซงขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆในปัจจุบัน  โดยประเทศที่ครองอันดับหนึ่งเสมอ คือ สิงค์โปร์
ที่น่าสังเกตุคือ ญี่ปุ่น ประเทศ ที่หลายคนเข้าใจว่าไม่ต้อนรับอิสลามนั้น  เป็นประเทศที่มีการพัฒนาระบบมุสลิม Friendly อย่างต่อเนื่อง
และ ตามหลังไทยมาติดๆ 

ที่น่าเป็นห่วงคือ  นักท่องเที่ยวผู้หญิงมุสลิมนั้นถูกจับตามมองมากขึ้นว่าเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจท่องเที่ยว และ รวมทั้งกลุ่มที่
เป็นนักท่องเที่ยว ด้วยตัวเอง   แต่ประเทศไทย นั้น  เมื่อจัดอันดับโดยนำตัวแปรนี้รวมเข้าไป  เราไม่อยู่ในลิสต์  20 อันดับแรกเลย
เพราะ มีเรื่องความปลอดภัยต่อผุ้หญิงความเป็นส่วนตัวอื่นๆเพิ่มเข้ามา

ปัจจุบันนี้ประเทศทางภุมิภาคเอเซียเร่งพัฒนา โครงสร้างรองรับนักท่องเที่ยวตลาดนี้อย่างจริงจัง โดยประเทศตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดคือ ไต้หวัน ที่เป็นเบอร์ สอง สาม ของการท่องเที่ยวโดยพัฒนาอย่างก้าวกระโดดมาจากท้ายตาราง

อย่างไรก็ดี ข้อดีคือ ประเทศไทยยังจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ ลำดับต้นๆ
เพียงแต่เราอาจจะเสียลำดับลงไปเรื่อยๆถ้าเราไม่เดินหน้าเพิ่มเติม

ทางออกของปัญหานี้ อาจไมใช่การทุ่มเทกับการสร้างปัจจัยต่างๆรองรับลูกค้ามุสลิม คุณ เยาฮารี แหละตี ผู้อำนวยการกลุ่มผุ้ประกอบการ พัฒนาการแต่งงานอิสลาม ในบรรยากาศพหุวัฒนธรรมMulticultural Islamic Wedding Entrepreneurs Group (MIWEG) สิ่งที่ควรทำ คือ การพัฒนา Sandbox  ให้ ผุ้ประกอบการที่ไม่ช่มุสลิม สามารถเข้ามาพัฒนาตลาดนี้ในประเทศไทยได้  เพราะ การรองรับตลาดมุสลิมนั้นเป็นเรื่องใหญ่ และ ถ้าไม่เข้าใจหลักการอาจจะกระทบพันธกิจเดิมขององค์กร หรือสร้างความอึดอัด หรือ ความขัดแย้งในะรดับปฏิบัติการได้ เพราะความกแตกต่างทางศาสนาและวัฒนธรรม 

การมีกระบะทรายในการเข้ามาทดลองระบบต่างๆโดยไม่สูญเสียตัวตนนี้จะทำให้เราเพิ่มจำนวนผุ้ประกอบการที่เข้ามาพัฒนา พื้นที่ตรงนี้ได้มากขึ้นและ เมื่อเรามี ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ก็จะส่งผลโดยตรง ทำให้ โครงสร้างภายในดีขึ้นมา ส่งผล ต่อ GMTI ที่ดีขึ้นในอนาคตนั่นเอง

อย่างไรก็ดีความอยากคือ ทำให้สังคมไทยเปิดรับ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ โดยไม่มีอคติ ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นตัวของตัวเอง ด้วยโครงสร้างการประกอบการเชิงพหุวัฒนธรรมม   คุณเยาฮารี แหละตี กล่าว


ArayaWeddingPlanner

ArayaWeddingPlanner

www.arayaweddingplanner.com

0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder